3 แบงก์เบรกปล่อยสินเชื่อใหม่ เศรษฐกิจส่อเสี่ยงเพิ่ม
วันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑วงการแบงก์แย้มสัญญาณไม่ดี 3 แบงก์ใหญ่ชะลอปล่อยสินเชื่อรายใหม่กว่า 1 เดือนแล้ว หลังประเมินเศรษฐกิจเสี่ยงเพิ่ม ชี้เงินกู้ภาครัฐ 1.1 แสนล้านยิ่งซ้ำเติมสภาพคล่องหด กดดันให้ดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น คลังเร่งมอนิเตอร์แบงก์รัฐ คุมเข้มสภาพคล่องสั่งให้รายงานทุกเดือน พร้อมเจรจาแบงก์ชาติหยุดระดมทุนจากตลาดช่วงนี้
แหล่งข่าวจากวงการธนาคารพาณิชย์เปิดเผยว่า ขณะนี้ระบบการเงินเริ่มประสบปัญหาด้านความเชื่อมั่นจากวิกฤติสถาบันการเงินในสหรัฐที่ลุกลามออกไป ทำให้ธนาคารขนาดใหญ่และธนาคารต่างชาติในประเทศ 3 ราย คือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ชะลอการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้ารายใหม่มาเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือนแล้ว
ส่วนสาเหตุที่ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ เนื่องจากกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจที่ลุกลามมากขึ้นในปัจจุบัน และอาจจะเลวร้ายมากขึ้นในอนาคต จึงได้ชะลอการปล่อยสินเชื่อรายใหม่ หรือหากมีการปล่อยสินเชื่อใหม่ก็จะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น และจะเน้นดูแลลูกค้ารายเก่าที่เป็นลูกค้าชั้นดีให้สามารถดำเนินธุรกิจไปได้อย่างต่อเนื่องแทน
นอกจากนี้ การที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้จำนวน 1.1 แสนล้านบาท ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตรนั้น จะส่งผลให้สภาพคล่องในการปล่อยกู้ระหว่างธนาคารหายไป ซึ่งในระยะสั้นนั้นจะเป็นการกดดันให้ดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น เพราะธนาคารทุกแห่ง ทั้งธนาคารของรัฐและธนาคารเอกชนก็จะออกแคมเปญเพื่อแข่งขันดึงเงินฝากกันอีกครั้ง และเมื่อเงินถึงมือเกษตรกรแล้ว กว่าจะหมุนเวียนในระบบก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 60 วัน ซึ่งอาจช้าเกินไปและส่งผลกระทบต่อปัญหาสภาพคล่องของระบบได้
ด้าน ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า กระทรวงการคลัง ได้ติดตามสถานการณ์ด้านสภาพคล่องของสถาบันการเงินของรัฐอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าอาจได้รับผลกระทบ โดยจัดทีมเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังเป็นพิเศษและจะหารือกับผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินทุกเดือน เนื่องจากหากเกิดผลกระทบรุนแรงจะได้เตรียมรับมือต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งในขณะนี้ สศค.เตรียมเครื่องมือเพื่อเตือนภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์นี้ไว้พร้อมแล้ว
ขณะที่นายพงษ์ ภาณุเศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวถึงการกู้เงินชดเชยขาดดุลอีก 1 แสนล้านบาทนั้น ได้ตกลงกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้วว่าให้หยุดระดมทุนจากตลาดในช่วงนี้ เพราะงบกลางปี สบน.สามารถกู้เงินได้เฉพาะตลาดในประเทศเท่านั้น เมื่อ ธปท.ถอนตัวออกจากตลาดแล้วก็จะดำเนินการออกตั๋วเงินคลังระยะ 1, 3, และ 6 เดือน เพื่ออัดฉีดเงินเข้าระบบในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณปี 2552 ต่อไป
ที่มา คม ชัด ลึก